หลักการเขียนแผนการเรียนรู้แบบบูรณาการ

หากพิจารณาตามแนวทางการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยแล้ว พบว่าจะสามารถแบ่งลักษณะการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับเด็กได้เป็น 2 ส่วนสำคัญ คือ

  1. กิจกรรมพื้นฐาน เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กได้เรียนรู้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์โดยอิสระ เรียนรู้ด้วยตนเอง ลักษณะสาระการเรียนรู้เปิดกว้างตามกิจกรรมที่เด็กเลือกทำ  ได้แก่ การเล่นอิสระตามมุม กิจกรรมวงกลม กิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบจังหวะ การเล่นกลางแจ้ง เป็นต้น  ครูจะรู้ถึงพัฒนาการของเด็กได้ หากครูสังเกตการณ์ทำกิจกรรมเหล่านี้ของเด็ก ครูสามารถติดตามการเรียนรู้และรู้ถึงพื้นฐานประสบการณ์เดิม หรือ การเชื่อมโยงประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้สู่ชีวิตจริงได้ แต่ไม่สามารถวัดผลการเรียนรู้ได้ เพราะลักษณะกิจกรรมไม่มีวัตถุประสงค์ที่เจาะจง
  2. กิจกรรมเสริมประสบการณ์ หรือ กิจกรรมที่จัดตามหน่วยการเรียนรู้ ซึ่งเด็กมีโอกาสเรียนรู้พร้อมกัน หรือ เรียนรู้ร่วมกัน โดยมีครูเป็นผู้กำหนดเป้าหมายของกิจกรรมและวัตถุประสงค์ในการเรียนรู้ที่เจาะจง โดยคำนึงถึง พื้นฐานพัฒนาการและประสบการณ์เดิมที่เด็กมีอยู่แล้ว พัฒนาการที่ควรจะเกิดขึ้นตามช่วงอายุ เป้าหมายคุณลักษณะของเด็กที่พึงประสงค์ในช่วงอายุนั้น ๆ โดยอิงจากคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่ระบุไว้ในหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยท้องถิ่นจังหวัดสงขลา เป็นต้น

     เพื่อให้การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ในเด็กปฐมวัยเกิดผลสัมฤทธิ์สูงสุดขึ้นในเด็ก การจัดทำแผนการสอนของครูถือเป็นหัวใจสำคัญ แผนการสอนจะช่วยเป็นแนวทางให้ครูสามารถจัดประสบการณ์การเรียนรู้ได้อย่างครบถ้วนตามเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ และทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ที่ครบถ้วนด้วยเช่นกัน

      ปัจจัยที่ควรคำนึงถึงในการจัดทำแผนการสอนแบบบูรณาการ

                แผนการสอนหรือแผนการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการ คือ เอกสารที่อธิบายถึงกิจกรรมและกระบวนการ     ที่มุ่งให้เกิดการผสมผสานการเรียนรู้และการสั่งสมประสบการณ์ที่รอบด้านขึ้นในเด็กโดยครูเป็นผู้ออกแบบกิจกรรม รวมถึงเป้าหมายของกิจกรรมที่ครูออกแบบไว้  วัตถุประสงค์ของกระบวนการแต่ละขั้นตอน สื่อและอุปกรณ์ที่ใช้ และ ประสบการณ์การเรียนรู้ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเด็ก โดยในการออกแบบกิจกรรมมีปัจจัยที่ครูจะต้องคำนึงถึง ได้แก่

  1. จุดประสงค์ของการเรียนรู้ตามหน่วยการเรียนรู้ในหลักสูตร
    1. ธรรมชาติการเรียนรู้และพัฒนาการในการเรียนรู้ของเด็ก 
    2. ประสบการณ์เดิมที่เด็กมี (จากที่ครูเตรียมกิจกรรมให้และจากการเรียนรู้ด้วยตัวเด็กเอง)
    3. สาระการเรียนรู้จากหน่วยการเรียนรู้ที่ครูเลือกใช้
    4. ทรัพยากรในชุมชน (บุคคลที่มีภูมิปัญญาในเรื่องนั้น ๆ สถานที่สำคัญในชุมชน แหล่งทรัพยากรธรรมชาติเป็นต้น) ที่สอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ โดยครูต้องเข้าไปศึกษาและทำความรู้จักกับทรัพยากรที่มีอย่างชัดเจนก่อน
    5. รูปแบบและวิธีการวัดผลของกระบวนการ (บันทึกหลังการสอน)
    6. วิธีการวัดผลการเรียนรู้ที่เกิดในเด็ก

ขั้นตอนการเขียนแผนการสอนแบบบูรณาการสำหรับ 1 วัน

  1. ครูเลือกหน่วยการเรียนรู้หลักที่ต้องการจัดประสบการณ์ให้กับเด็ก เช่น หน่วยเราคือคนไท
  2. ครูเลือกสาระการเรียนรู้ที่จะนำมาจัดประสบการณ์ เช่น อาชีพในชุมชน คือ ช่างปั้นหม้อ
  3. ครูวิเคราะห์สาระการเรียนรู้ออกเป็นหัวข้อการเรียนรู้ เช่น วัสดุและอุปกรณ์ในการปั้นหม้อ ขั้นตอน         การปั้นหม้อ (การนวดดิน การขึ้นรูป การเผา การวาดลาย ฯลฯ) ภูมิปัญญาของช่างปั้นหม้อ วิถีชีวิตของช่างปั้นหม้อ ความเชื่อ พิธีกรรม และคุณธรรมที่เกี่ยวข้อง แหล่งดินดีในชุมชน ฯลฯ
  4. ครูเลือกสาระการเรียนรู้ที่เหมาะกับพัฒนาการตามช่วงอายุของเด็ก
  5. ครูคิดชื่อกิจกรรมและออกแบบรูปแบบของกิจกรรมคร่าว ๆ เช่น

กิจกรรม         ช่างปั้นหม้อน้อย

สำหรับนักเรียนระดับชั้น / ช่วงอายุ       3-4 ปี

หน่วยการเรียนรู้          เราคือคนไท

หน่วยการเรียนรู้ที่นำมาบูรณาการ .......................................................................................

เป้าหมายของกิจกรรม                เพื่อให้เด็กรู้จักกับอาชีพของชุมชน คือ ช่างปั้นหม้อ รู้จักวัสดุหลักในการปั้นคือ ดินเหนียว และมีประสบการณ์ในการทำงานกับดินเหนียวตามจินตนาการของตนเอง

      6.  วิเคราะห์เป้าหมายของกิจกรรม เพื่อออกแบบลำดับกระบวนการโดยละเอียด ตั้งแต่ขั้นเตรียมการก่อนเริ่มกิจกรรมไปจนจบกิจกรรม วิธีการใช้คำสั่ง สื่อและอุปกรณ์ที่จะใช้  คำถามที่จะช่วยครูได้ดีในการออกแบบลำดับกระบวนการคือ

6.1      เราจะทำขั้นตอนนี้อย่างไร เช่น ครูจะแจกดินเหนียวให้เด็ก ครูจะมีวิธีการแจกอย่างไร

  • ให้เด็กนั่งนิ่งอยู่กับที่ ครูเดินไปแจกเอง
  • ครูส่งกะละมังใส่ดินเหนียวที่แบ่งเป็นก้อนกลมตามจำนวนเด็กไปทางขวาของวงกลม แล้วให้เด็กหยิบคนละ 1 ก้อน
  • ครูวางกะละมังใส่ดินเหนียวที่แบ่งเป็นก้อนกลมไว้หน้าครู แล้วออกแบบให้เด็กเคลื่อนไหวด้วยอิริยาบถต่าง ๆ มาหยิบดินเหนียว คราวละ ...... คน
  • ครูวางกะละมังใส่ดินเหนียวไว้หน้าครู แล้วออกแบบให้เด็กเคลื่อนไหวด้วยอิริยาบถต่าง ๆ มาแบ่งดินเหนียว ตามความต้องการ คราวละ ...... คน  ฯลฯ

6.2      เราทำขั้นตอนนี้เพื่ออะไร

6.3      เราจะให้เด็กทำกิจกรรมในขั้นตอนนี้อย่างไร เพื่ออะไร :  การตอบคำถามข้อนี้จะเชื่อมโยงกับข้อ 6.1

เมื่อออกแบบกิจกรรมโดยละเอียดแล้ว ครูจะเห็นกระบวนการทั้งหมดทุกขั้นตอน คำสั่งและกติกาที่จะวางให้เด็ก สื่อและอุปกรณ์ที่ครูต้องเตรียม และ ทราบวัตถุประสงค์ของแต่ละขั้นตอนที่ให้เด็กทำ รวมถึงสามารถตอบคำถามได้ว่า เรานำหน่วยการเรียนรู้ใดเข้ามาบูรณาการบ้าง โดยในกิจกรรมนี้ หน่วยที่จะนำมาบูรณาการได้แก่ อยู่ด้วยช่วยกัน สร้างสรรค์เพื่อสรรสร้าง และอยู่พอดีมีสุข

  1. ออกแบบกิจกรรมพื้นฐานที่จะให้เด็กทำ โดยอาจพิจารณาให้สอดคล้องกับหน่วยการเรียนรู้หลักที่เลือก เช่น เพลงในกิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบจังหวะเป็นเพลงที่เกี่ยวกับอาชีพ หรือ ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากร        เป็นต้น และทำขั้นตอนเดียวกันกับการออกแบบลำดับขั้นตอนในกิจกรรม คือ กำหนดเป้าหมายของกิจกรรม อธิบายวิธีการการทำกิจกรรมแต่ละขั้นตอนโดยละเอียด วิเคราะห์วัตถุประสงค์ของกระบวนการแต่ละขั้นตอน รวมถึงสื่อและอุปกรณ์ที่ใช้

 การเขียนแผนการสอนแบบบูรณาการลงในแบบฟอร์มแผนการสอน 

  1. นำลำดับขั้นตอนของกระบวนการไปเทียบกับจุดประสงค์ของหน่วยการเรียนรู้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง          เพื่อเลือกจุดประสงค์ที่สอดคล้องตรงกันมากที่สุด
  2. เขียนกิจกรรมที่จะทำตามลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น เริ่มจาก กิจกรรมวงกลม กิจกรรมเคลื่อนไหวประกอบจังหวะ กิจกรรมเสริมประสบการณ์ กิจกรรมเกมการศึกษา กิจกรรมเล่นกลางแจ้ง เป็นต้น  โดยในการเขียนแต่ละกิจกรรมจะต้องเขียนให้ครบทุกช่องคือ เป้าหมายของกิจกรรม กิจกรรมและกระบวนการ วัตถุประสงค์ของกระบวนการแต่ละขั้นตอน สื่อและอุปกรณ์ที่ใช้
  3. วิเคราะห์ประสบการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเด็ก (พัฒนาการทั้ง 4  ด้าน)โดยอิงกับลำดับขั้นตอนของกระบวนการในทุกกิจกรรมที่ครูจัดให้กับเด็กใน 1 วัน

ถอดประสบการณ์การเขียนแผนการสอน    โดย        

นางสาวอาทิตยา ศรประสิทธิ์ คณะกรรมการการจัดทำหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยท้องถิ่นจังหวัดสงขลา และ

นักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา คณะศึกษาศาสตร์สาขาการศึกษาแบบองค์รวมสถาบันอาศรมศิลป์